#sightseeing #traveling #walking #jumping #riding #flying #trying #everythingismylife
Thursday, March 21, 2013
ผมไม่ได้เตรียมตัวอะไรมากมายเหมือนคนอื่น???
อย่างที่บอกครับ ผมไม่ได้เตรียมตัวอะไรมากมายเหมือนคนอื่น ไม่ใช่ไม่อยากเตรียมนะครับ แต่เพราะว่าไม่รู้ว่าจะได้ไปรึเปล่า ด้วยปัญหา/ความไม่พร้อมหลายๆอย่าง แต่ท้ายที่สุดแล้วก็มานั่งพิมพ์อยู่ที่เมกาแล้วครับ ฮ่าฮ่า
ช่วงแรกเลยคือ ต้องหาเอเจนซี่ครับ เอเจนซี่ที่ผมรู้จักมีไม่มาก ส่วนใหญ่ก็เป็นที่ดังๆทั้งหมด ได้แก่ acadex / highereducation / overseas / click .... น่าจะมีแค่นี้ ตกหล่นไปไม่เกิน 2 ที่ครับ วิธีการที่ผมเลือกคือผมเลือกงานก่อนเลือกเมือง แล้วก็ค่อยเลือกเอเจนซี่ (มันมีเหตุผลอยู่ว่าผมไม่ได้เตรียมตัวนั่นแหละครับ แล้วก็เลยตัดสินใจไปช้า เลยอยู่ในช่วงที่งานเหลือน้อยแล้วครับ เลยต้องเลือกงานก่อน) ผมเลือกที่ทำงานโดยตัดร้านอาหารฟาสฟู๊ด/สวนสนุก/โรงแรม ออก เลยทำให้ตัดช๊อยส์ไปได้เยอะว่าจะเลือกเอเจนซี่ไหนดี (แต่บางเอเจนซี่ไม่ยอมให้ดูงานก่อน ต้องจ่ายค่ามัดจำเพื่อดูงาน ซึ่งไม่ได้เลือก) ในความคิดผมคิดว่าเอเจนไหนก็เหมือนกัน เพราะอ่านรีวิวตั้งนานกว่าจะเลือกเอเจนได้ แต่สุดท้ายก็ไม่มีที่ไหนดีเลิศเพอเฟคสักที่ เลยตัดสินใจไปเลยว่าจะไปกับเอเจนนี้ดีกว่าครับ
พอ(ในใจ)เลือกงาน เลือกเอเจนได้แล้ว ก็ต้องเริ่มขั้นตอนจ่ายเงินครับ ต้องจ่ายเงินถ้าไม่ผิดประมาณ 5000 บาทเพื่อไปมัดจำอะไรสักอย่าง แล้วจ่ายบวกไปอีกทีจนเกือบ 9000 บาท จนสุดท้ายจะได้ยูสเซอร์เนมพาสเวิร์ดมา เพื่อจะเข้าไปดูลิสต์งานได้ว่างานไหนเหลือตำแหน่งกี่ที่ และมีงานไหนเข้ามาใหม่บ้าง
รายละเอียดงานเป็นอย่างไร จำพวกนั้นครับ
แต่ผมเลือกร้านอาหารไปละ เลยไม่ค่อยได้สนใจว่างานอะไรเข้ามาใหม่ ก็เลยรอขั้นตอนต่อไปเลยคือสัมภาษณ์งานกับบริษัท ทางเอเจนจะจัดเหมือนเป็น job fair ให้ทุกคนไปสัมภาษณ์งานที่นั่นครับ อาจจะมีหลายรอบ หลายวัน แล้วแต่บริษัท อย่างของผมก็มีหลายรอบ แต่จำไม่ได้ว่ากี่รอบ แต่วันที่ผมไปยังมีแบบเช้า - บ่ายด้วยเลย โดยสัมภาษณ์ที่โรงแรมในกรุงเทพครับ
พอสักพักถ้าไม่ผิดเค้าจะเรียกเก็บเงินต่ออีกก้อน (ค่อนข้างใหญ่) ก่อนไปสัมภาษณ์งานครับ น่าจะเป็นหมื่นอยู่ ก็คือหมดเรื่องค่าใช้จ่ายกับเอเจนเลย (ไม่นับค่าวีซ่า) รวมไปรวมมาค่าโครงการน่าจะอยู่ที่ 4หมื่นกว่า ถึง ห้าหมื่นครับ แล้วแต่เอเจนซี่ หรือโปรโมชั่นแต่ละคน
ผมไปสัมภาษณ์งานตามที่เลือกไว้ครับ อันที่ผมเลือกไว้แรกสุดอยู่ฮาวาย เป็นร้านอาหาร แต่สัมภาษณ์ไม่ผ่าน เพราะคนสัมภาษณ์เค้าไม่ได้ถามอะไร เอาแต่รอให้เราถาม ผมก็เลยไม่ได้ถามอะไร จนตกสัมภาษณ์ไปในที่สุด ฮ่าฮ่า.. แต่เอเจนก็ช่วยเหลือได้อยู่ครับ เอาผมไปต่อแถวสัมภาษณ์ร้านอาหารอีกร้านทันที(ในเครือเดียวกัน) คราวนี้คนสัมภาษณ์เป็นคนเฟรนลีมาก ถามโน่นถามนี่เยอะ ผมมีประสบการณ์มาแล้วในรอบเช้าด้วยว่าต้องชวนคุยเยอะๆ เลยจัดเต็ม เลยผ่านสัมภาษณ์มาแบบสบายๆครับ (ใครที่กลัวว่าภาษาอังกฤษจะไม่ไหว อันนี้ต้องลองฝึกฟังครับ สำคัญตรงที่ต้องฟังให้ออกว่าเค้าถามอะไรเรา อาจจะเริ่มจากการดูหนังครับ ง่ายสุดละ ไม่น่าเบื่อด้วย)
สุดท้ายก็ได้งานมาครับ เห็นม่ะ สุดท้ายแล้วมันไม่ขึ้นอยู่กับเราเลย ผมตั้งใจจะไปอีกที่ แต่ได้ไปอีกที่นึง เอ๊ะยังไง (ถ้าตามตรงแล้วตอนแรกผมมีอีกงานนึงในใจด้วยครับ เป็นร้านกาแฟอยู่แถวนิวออลีน อยากไปเพราะเมืองมันดูสวย แต่เอเจนบอกว่าเค้ารับแต่ผู้หญิง พอมาวันสัมภาษณ์เค้าบอกว่าเค้ารับผู้ชายแล้ว อดไปตามระเบียบ) (อ่อ งานที่ผมได้เป็นร้านอาหารอยู่ที่กัลเวสตัน เท็กซัสครับ เป็นเกาะที่อยู่ที่เท็กซัส)
คืนนี้ง่วงแล้ว ค่อยมาต่ออีกรอบพรุ่งนี้นะครับ :)
เป็นตั้ม
ณ กัลเวสตันตอนตีสามยี่สิบเอ็ด
Somerset apartment 61st galveston, TX
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
No comments:
Post a Comment